1.0
Networking Concepts
แนวคิดพื้นฐานของเครือข่าย
23%ของข้อสอบ
OSI Model ทั้ง 7 ชั้นThe OSI Model: All Seven Layers Explained
OSI แบ่งการสื่อสารเป็น 7 ชั้น เพื่อให้ระบุได้ว่าปัญหา โปรโตคอล หรืออุปกรณ์อยู่ระดับไหน ฝั่งส่งข้อมูลจะไหลลงทีละชั้น แต่ละชั้นห่อ header ของตัวเองเพิ่ม (encapsulation) แล้วฝั่งรับจะไหลขึ้นและแกะ header ออกทีละชั้น
L1Bits
0110100101110010101…
Encapsulation ฝั่งส่ง: ข้อมูลไหลลงทีละชั้น แต่ละชั้นห่อ header ของตัวเองเพิ่ม (L2 เติม FCS ไว้ท้ายเฟรมด้วย · TCP ในภาพแทน TCP/UDP) ส่วนฝั่งรับจะแกะออกตามลำดับกลับกัน
ภาพต้นฉบับจาก ProfTIA
| # | ชั้น | หน้าที่ | หน่วยข้อมูล | ตัวอย่าง |
| 7 | Application | ให้บริการเครือข่ายกับโปรแกรมของผู้ใช้ | Data | HTTP(S), DNS, SMTP, FTP, SNMP |
| 6 | Presentation | แปลงรูปแบบ เข้ารหัส บีบอัด | Data | TLS/SSL, ASCII, JPEG, MPEG |
| 5 | Session | เปิด คงไว้ และปิดการสนทนาระหว่างโฮสต์ | Data | RPC, NetBIOS |
| 4 | Transport | ส่งแบบ end-to-end ใส่ port number เลือกว่าจะส่งแบบเชื่อถือได้หรือไม่ | Segment / Datagram | TCP, UDP |
| 3 | Network | ที่อยู่เชิงตรรกะ (IP) และเลือกเส้นทางข้ามเครือข่าย | Packet | IPv4, IPv6, ICMP, Router |
| 2 | Data Link | จัดเฟรมในลิงก์เดียวกัน ใช้ MAC address | Frame | Ethernet, 802.11, ARP, Switch |
| 1 | Physical | ส่งบิตเป็นสัญญาณไฟฟ้า แสง หรือคลื่นวิทยุ | Bit | สายสัญญาณ, Hub, Repeater |
จากล่างขึ้นบน: Please Do Not Throw Sausage Pizza Away
เห็นอาการแล้วให้ระบุชั้นก่อนตอบ: สายเสีย = L1 · VLAN/duplex ไม่ตรง = L2 · gateway/subnet mask ผิด = L3 · พอร์ตถูกบล็อก = L4 · ใบรับรอง (certificate) error = L6
TCP/IP Model เทียบกับ OSIThe TCP/IP Model and How It Maps to OSI
เครือข่ายจริงใช้ TCP/IP 4 ชั้น ส่วน OSI เป็น "ภาษา" ที่ใช้คุยตอนแก้ปัญหา ต้องแปลงไปมาระหว่างสองแบบได้
| TCP/IP | ตรงกับ OSI |
| Application | Layer 5, 6, 7 |
| Transport | Layer 4 |
| Internet | Layer 3 |
| Network Access (Link) | Layer 1, 2 |
TCP กับ UDPTCP vs UDP
อยู่ Layer 4 และใช้ port number เหมือนกัน แต่เลือกคนละทาง
| TCP | UDP |
| การเชื่อมต่อ | Connection-oriented: 3-way handshake (SYN → SYN-ACK → ACK) | Connectionless: ส่งเลย |
| ความน่าเชื่อถือ | เรียงลำดับ, ACK, ส่งซ้ำเมื่อหาย | ไม่รับประกัน แอปต้องจัดการเอง |
| ความเร็ว | overhead และ latency สูงกว่า | เบาและเร็ว |
| ใช้เมื่อ | ทุกไบต์ต้องครบ: ไฟล์, เว็บ, อีเมล | ทันเวลาสำคัญกว่าครบ: เสียง/วิดีโอ, DNS query, DHCP |
TCP ต้องจับมือ 3 ครั้ง (SYN → SYN-ACK → ACK) ก่อนส่งข้อมูล ส่วน UDP ส่ง datagram ออกไปเลย
ภาพต้นฉบับจาก ProfTIA
พอร์ตและโปรโตคอลที่ต้องจำCommon Network Ports and Protocols (Objective 1.4)
ออกแทบทุกที่ ทั้งโจทย์กฎ firewall การเปลี่ยนเป็นโปรโตคอลที่ปลอดภัย และการแก้ปัญหา ต้องจำเลขพอร์ต ชื่อโปรโตคอล และว่าเป็นตัวปลอดภัยหรือไม่
| Port | Protocol | TCP/UDP | ใช้ทำอะไร |
| 20/21 | FTP | TCP | โอนไฟล์ไม่เข้ารหัส (20 data, 21 control) |
| 22 | SSH / SFTP | TCP | รีโมต CLI แบบเข้ารหัส / โอนไฟล์ผ่าน SSH |
| 23 | Telnet | TCP | รีโมตแบบ plaintext ควรใช้ SSH แทน |
| 25 | SMTP | TCP | ส่งอีเมลระหว่างเซิร์ฟเวอร์ |
| 53 | DNS | UDP + TCP | แปลงชื่อเป็น IP (UDP สำหรับ query, TCP สำหรับ zone transfer) |
| 67/68 | DHCP | UDP | แจก IP อัตโนมัติ (67 server, 68 client) |
| 69 | TFTP | UDP | โอนไฟล์แบบเบา ไม่มี auth ใช้กับ firmware/config |
| 80 | HTTP | TCP | เว็บไม่เข้ารหัส |
| 123 | NTP | UDP | ซิงก์เวลา (เวลาเพี้ยนทำให้ Kerberos, cert, log พัง) |
| 161/162 | SNMP | UDP | 161 poll อุปกรณ์, 162 รับ trap |
| 389 | LDAP | TCP | ค้นหา directory ไม่เข้ารหัส |
| 443 | HTTPS | TCP | เว็บเข้ารหัสด้วย TLS |
| 445 | SMB | TCP | แชร์ไฟล์/เครื่องพิมพ์ Windows |
| 514 | Syslog | UDP | รวม log ไว้ที่ศูนย์กลาง |
| 587 | SMTPS | TCP | client ส่งเมลแบบยืนยันตัวตน + STARTTLS |
| 636 | LDAPS | TCP | LDAP แบบเข้ารหัส TLS |
| 1433 | SQL Server | TCP | ฐานข้อมูล Microsoft SQL |
| 3389 | RDP | TCP | รีโมตหน้าจอ Windows |
| 5060/5061 | SIP | TCP + UDP | ตั้งสาย VoIP (5061 = แบบ TLS) |
จำเป็นคู่ ไม่ปลอดภัย → ปลอดภัย: 21 FTP → 22 SFTP · 23 Telnet → 22 SSH · 80 HTTP → 443 HTTPS · 389 LDAP → 636 LDAPS · 5060 SIP → 5061 SIP-TLS
โจทย์ที่ให้ "harden" บริการ มักต้องการอีกครึ่งของคู่นี้
ประเภทโปรโตคอล IP และรูปแบบ TrafficIP Protocol Types and Traffic Types
ICMPวินิจฉัยและรายงาน error อยู่เบื้องหลัง ping และ traceroute
GREทำ tunnel ห่อโปรโตคอลหนึ่งไว้ในอีกอัน แต่ไม่เข้ารหัส
IPSec AHIntegrity + Authentication ไม่มี Confidentiality
IPSec ESPเพิ่มการเข้ารหัส
IKEเจรจา Security Association
Traffic types
Unicastหนึ่งต่อหนึ่ง
Broadcastหนึ่งต่อทุกเครื่องใน broadcast domain (มีแค่ IPv4)
Multicastหนึ่งต่อกลุ่มที่สมัครรับ
Anycastส่งไปเครื่องที่ใกล้ที่สุดซึ่งใช้ IP เดียวกัน (Public DNS, CDN)
IPv4 และตัวอย่าง SubnettingIPv4 Addressing and a Worked Subnetting Example
IPv4 ยาว 32 บิต เขียนเป็น 4 octet ส่วน Subnet mask (หรือ CIDR prefix) บอกว่าส่วน network จบตรงไหน
Private (RFC 1918)10.0.0.0/8 172.16.0.0/12 192.168.0.0/16
APIPA169.254.0.0/16 ได้เองเมื่อหา DHCP ไม่เจอ
Loopback127.0.0.0/8
โจทย์: แบ่ง 192.168.1.0/24 เป็น 4 subnet เท่ากัน
- ยืมกี่บิต: ต้องการ 4 subnet และ 2² = 4 จึงยืม 2 บิต prefix จาก /24 กลายเป็น /26
- Mask ใหม่: 255.255.255.192 (128 + 64)
- Block size: 256 − 192 = 64 ดังนั้น subnet เริ่มที่ .0, .64, .128, .192
- Host ที่ใช้ได้: เหลือ host bit 6 บิต → 2⁶ − 2 = 62 (ลบ network กับ broadcast)
- วางช่วง: broadcast ของแต่ละ subnet = network ของ subnet ถัดไป − 1
| # | Network | Host ที่ใช้ได้ | Broadcast |
| 1 | 192.168.1.0/26 | .1 – .62 | .63 |
| 2 | 192.168.1.64/26 | .65 – .126 | .127 |
| 3 | 192.168.1.128/26 | .129 – .190 | .191 |
| 4 | 192.168.1.192/26 | .193 – .254 | .255 |
192.168.1.0/24 → แบ่งเป็น /26 ได้ 4 วง (block size 64)
Subnet 1192.168.1.0/26network .0broadcast .63host ใช้ได้ 62
Subnet 2192.168.1.64/26network .64broadcast .127host ใช้ได้ 62
Subnet 3192.168.1.128/26network .128broadcast .191host ใช้ได้ 62
Subnet 4192.168.1.192/26network .192broadcast .255host ใช้ได้ 62
Mask 255.255.255.192 · block size = 256 − 192 = 64 · แต่ละวงเสีย 2 address ให้ network และ broadcast
ภาพต้นฉบับจาก ProfTIA
ท่องค่า mask 8 ตัว: 128, 192, 224, 240, 248, 252, 254, 255 แล้วใช้สูตร block size = 256 − octet ที่สนใจ ไม่ต้องแปลงฐานสองในห้องสอบ (ห้ามใช้เครื่องคิดเลข)
IPv6 ที่ต้องรู้IPv6 Essentials
ยาว 128 บิต เขียนเป็น 8 กลุ่มเลขฐานสิบหก ตัด 0 นำหน้าได้ และย่อกลุ่มที่เป็น 0 ต่อกันเป็น :: ได้ครั้งเดียว
| ประเภท | Prefix | เทียบ IPv4 |
| Global unicast | 2000::/3 | Public IP |
| Link-local | fe80::/10 | คล้าย APIPA ตั้งเองทุก interface และไม่ถูก route |
| Unique local | fc00::/7 | Private (RFC 1918) |
| Multicast | ff00::/8 | Multicast |
ไม่มี broadcast ไม่จำเป็นต้องใช้ NAT ตั้งค่าเองได้ด้วย SLAAC และใช้ NDP แทน ARP ส่วนการย้ายระบบมักใช้ Dual stack (รัน IPv4 และ IPv6 คู่กัน)
Topology และประเภทเครือข่ายNetwork Topologies and Network Types
| Topology | ลักษณะ | จุดอ่อน / หมายเหตุ |
| Star | ทุกโหนดต่อเข้า switch กลาง (LAN ปัจจุบัน) | switch เป็น single point of failure |
| Mesh | ต่อกันตรงหลายเส้น | Full mesh ใช้ n(n−1)/2 ลิงก์ จึงนิยม partial mesh ใน WAN |
| Ring | ส่งต่อกันเป็นวง | เห็นใน metro fibre และ legacy |
| Bus | ทุกเครื่องอยู่บนสายเดียว | สายขาดจุดเดียวล่มทั้งเส้น (เลิกใช้แล้ว) |
| Spine-and-leaf | ดีไซน์ data center ยุคใหม่ | ทุกเซิร์ฟเวอร์ห่างกันจำนวน hop เท่ากัน |
Starทุกเครื่องต่อ switch กลาง
Meshต่อกันตรงหลายเส้น
Ringส่งต่อกันเป็นวง
Busสายหลักเส้นเดียว
Star: switch กลาง (สีส้ม) คือ single point of failure · Full mesh 4 โหนดใช้ 4×3/2 = 6 เส้น · Bus: สายหลักขาดจุดเดียวล่มทั้งเส้น
ภาพต้นฉบับจาก ProfTIA
แบ่งตามขอบเขต: PAN (Bluetooth) < LAN/WLAN (ตึก) < CAN (วิทยาเขต) < MAN (เมือง) < WAN (ระยะไกล) ส่วน SAN คือเครือข่ายเฉพาะสำหรับ storage
แนวคิดใหม่ที่เพิ่มใน N10-009Modern Connectivity Concepts
SDNแยก control plane (ตัดสินใจ) ออกจาก data plane (ส่งต่อ) และรวม control ไว้ที่ controller
SD-WANหลักการเดียวกันแต่ใช้กับ WAN เลือกเส้นทาง broadband/MPLS/LTE ตาม policy และคุณภาพลิงก์
VXLANห่อ L2 frame ใน UDP ให้ยืด segment ข้าม routed fabric ได้ ทลายเพดาน 4,094 VLAN
Infrastructure as Codeเขียน config เป็นไฟล์ คุมเวอร์ชันได้ ทำซ้ำได้
Zero Trustไม่มีเครือข่ายภายในที่ "ไว้ใจได้" ทุก request ต้องยืนยันตัวตน
SASE / SSEส่งมอบ security control จาก cloud ใกล้ผู้ใช้
2.0
Network Implementation
การติดตั้งและใช้งานอุปกรณ์เครือข่าย
20%ของข้อสอบ
เปรียบเทียบอุปกรณ์เครือข่ายRouters, Switches, Firewalls and Access Points Compared
โจทย์ส่วนใหญ่วัดว่ารู้หรือไม่ว่าอุปกรณ์ทำงานชั้นไหนและตัดสินใจจากอะไร
| อุปกรณ์ | Layer | ตัดสินใจจาก | ใช้ที่ไหน |
| Hub / Repeater | 1 | ไม่ตัดสินใจ ส่งออกทุกพอร์ต | legacy: collision domain เดียว |
| Switch | 2 | MAC ปลายทาง | access layer ของ LAN |
| L3 Switch | 2, 3 | switch ใน VLAN, route ข้าม VLAN | inter-VLAN routing |
| Router | 3 | IP network ปลายทาง | เชื่อมเครือข่าย กั้น broadcast domain |
| Firewall | 3–7 | rule set | perimeter และระหว่าง segment |
| Load balancer | 4 / 7 | กระจาย session | ขยายและเพิ่ม availability |
| Proxy | 7 | รับ request แล้วส่งต่อแทน | กรองเนื้อหา, cache |
| IDS / IPS | 3–7 | ตรวจจับ / บล็อก pattern การโจมตี | threat detection |
| Access Point | 2 | bridge 802.11 เข้า LAN | wireless coverage |
Switch: ทุกพอร์ตเป็น collision domain ของตัวเอง แต่ทุกพอร์ตอยู่ broadcast domain เดียวกัน · Router: แต่ละ interface กั้น broadcast domain
Stateless firewall ดูทีละแพ็กเก็ต ส่วน Stateful จำ session และยอมให้ traffic ขากลับผ่านได้
Static กับ Dynamic RoutingStatic vs Dynamic Routing
Static ตั้งเอง คาดเดาได้ ไม่กิน CPU แต่ถ้าเส้นทางล่มจะไม่ reroute ให้ เหมาะกับ stub network และ default route · Dynamic ใช้โปรโตคอลแลกเส้นทางกัน หาเส้นใหม่ได้เอง แลกกับ overhead
ลำดับการเลือก route: Longest prefix match ชนะก่อน (/26 ชนะ /24) → ถ้า prefix เท่ากัน เลือก Administrative Distance ต่ำสุด → ถ้าโปรโตคอลเดียวกัน เลือก Metric ต่ำสุด
| Protocol | ชนิด | Metric | ขอบเขต |
| RIP | Distance vector | Hop count (สูงสุด 15) | Interior, เครือข่ายเล็ก converge ช้า |
| OSPF | Link state | Cost (จาก bandwidth) | Interior, มาตรฐานเปิดในองค์กร |
| EIGRP | Advanced DV (hybrid) | Bandwidth + delay | Interior, มาจาก Cisco |
| BGP | Path vector | AS path + policy | Exterior: protocol ของอินเทอร์เน็ต |
ถามถึงการต่อหลาย ISP หรือ peering ระหว่าง autonomous system ให้ตอบ BGP เพราะเป็น exterior protocol ตัวเดียวใน objectives
VLAN, Trunking และ Spanning TreeVLANs, Trunking and Spanning Tree
VLAN แบ่ง switch ตัวเดียวเป็นหลาย broadcast domain การข้าม VLAN ต้องผ่าน router หรือ L3 switch จึงเป็นทั้งเครื่องมือออกแบบและ segmentation
Access portมี VLAN เดียว ต่ออุปกรณ์ปลายทาง
Trunk portหลาย VLAN ระหว่าง switch แท็กด้วย 802.1Q
Native VLANVLAN ที่ไม่ติด tag บน trunk ถ้าปล่อยเป็น VLAN 1 จะเสี่ยง VLAN hopping
Voice VLANให้ IP phone กับ PC ใช้พอร์ตเดียวกันแต่แยก traffic เพื่อทำ QoS
ทำไมต้องมี STP
ลิงก์สำรองระหว่าง switch ทำให้เกิด loop และ Ethernet frame ไม่มี TTL broadcast จึงวนไม่จบจนเครือข่ายล่มในไม่กี่วินาที STP (802.1D) และ RSTP (802.1w) แก้โดยเลือก root bridge แล้ว block พอร์ตสำรองไว้ พร้อมเปิดใช้ทันทีเมื่อเส้นหลักล่ม
PortFastให้ access port เข้า forwarding ทันที
BPDU Guardปิดพอร์ตถ้ามี BPDU เข้ามา กันคนเสียบ switch เถื่อน
LACP (802.3ad)รวมหลายลิงก์เป็นลิงก์เดียว ได้ทั้ง bandwidth และ redundancy
Port securityจำกัด MAC ที่เข้าพอร์ตได้
PoE802.3af / at (PoE+) / bt (PoE++) ต้องเช็ก power budget รวมของ switch ด้วย
มาตรฐาน Wireless 802.11802.11 Wireless Standards
2.4 GHz ไปได้ไกลและทะลุผนังดีกว่า แต่แออัด มี channel ไม่ทับกันแค่ 1, 6, 11 · 5 GHz เร็วกว่าและมี channel เยอะ แต่ระยะสั้นกว่า · 6 GHz (Wi-Fi 6E) ได้คลื่นว่างเพิ่มสำหรับระยะใกล้
| มาตรฐาน | ชื่อ | ความถี่ | ความเร็วสูงสุด (ทฤษฎี) |
| 802.11a | — | 5 | 54 Mbps |
| 802.11b | — | 2.4 | 11 Mbps |
| 802.11g | — | 2.4 | 54 Mbps |
| 802.11n | Wi-Fi 4 | 2.4 / 5 | 600 Mbps |
| 802.11ac | Wi-Fi 5 | 5 | ~6.9 Gbps |
| 802.11ax | Wi-Fi 6 / 6E | 2.4 / 5 / 6 | ~9.6 Gbps |
| 802.11be | Wi-Fi 7 | 2.4 / 5 / 6 | ~46 Gbps |
ใช้ WPA3 หรือ WPA2 + AES/CCMP ห้ามใช้ WEP และ WPA/TKIP โหมด Enterprise ยืนยันตัวตนรายคนผ่าน RADIUS ด้วย 802.1X แทนการแชร์ PSK ออกแบบด้วย site survey และ heat map ให้แต่ละ cell ทับกันราว 15–20% เพื่อการ roaming
สายสัญญาณ Transceiver และการติดตั้งCabling, Transceivers and Physical Installation
| สาย | ความเร็ว / ระยะ |
| Cat 5e | 1 Gbps / 100 m |
| Cat 6 | 10 Gbps / 55 m (1 Gbps / 100 m) |
| Cat 6a | 10 Gbps / 100 m |
| Single-mode fibre | แกน 8–10 µm, แหล่งแสง laser, หลายสิบ km |
| Multimode fibre | แกน 50/62.5 µm, LED/VCSEL, ไม่กี่ร้อยเมตร |
ตัวเลข 100 m ของสายทองแดงคือเรื่องสายที่ออกบ่อยที่สุด
- STP (shielded) ทนสัญญาณรบกวนใกล้มอเตอร์หรือหลอดฟลูออเรสเซนต์ ส่วน UTP ถูกกว่า
- Plenum-rated ใช้ในช่องลม เพราะเปลือก PVC ทั่วไปเกิดควันพิษเมื่อไหม้
- Transceiver: SFP 1G · SFP+ 10G · QSFP/QSFP+ 40G ขึ้นไป (ตัว transceiver เป็นตัวกำหนดชนิดสายและระยะ)
- MDF จุดรวมสายหลักของอาคาร · IDF ประจำแต่ละชั้น ต่อกลับไป MDF ด้วย backbone
- UPS ประคองไฟช่วงสั้นและปรับคุณภาพไฟ · Generator จ่ายไฟได้นาน แต่ต้องใช้เวลาสตาร์ท
3.0
Network Operations
การดูแลเครือข่ายประจำวัน
19%ของข้อสอบ
เอกสารและ Change ManagementDocumentation and Change Management
เอกสารที่ objectives ระบุ: diagram เชิง physical/logical, rack diagram, cable map, IPAM, asset inventory, SLA, AUP และ baseline configuration (สถานะที่ถูกต้องของอุปกรณ์)
Change request ต้องมีวัตถุประสงค์ ขอบเขต การวิเคราะห์ความเสี่ยง แผนทดสอบ และ rollback plan จากนั้น CAB อนุมัติ → ทำใน maintenance window → ตรวจสอบผล → อัปเดตเอกสาร
โจทย์ที่เล่าว่าระบบล่มหลังมีการเปลี่ยนที่ไม่ได้บันทึก คำตอบมักเป็น "ดู change log" หรือ "rollback"
Monitoring, Logging และ BaselineMonitoring, Logging and Baselines
SNMPpoll UDP 161, trap UDP 162 ควรใช้ v3 (มี auth + เข้ารหัส) ไม่ใช้ v1/v2c
Syslogส่ง log ไปเก็บที่ศูนย์กลาง (514)
SIEMรวมและวิเคราะห์ log
NetFlow / sFlow / IPFIXใครคุยกับใคร พอร์ตไหน เท่าไร
Baseline คือค่าปกติที่บันทึกตอนเครือข่ายยังดี ถ้าไม่มีจะพิสูจน์คำว่า "เน็ตช้า" ไม่ได้ ค่าที่ต้องดู: bandwidth, latency, jitter (ความแปรปรวนของ latency ซึ่งทำลายเสียง VoIP) และ packet loss
| Level | Syslog severity | ความหมาย |
| 0 | Emergency | ระบบใช้ไม่ได้ |
| 1 | Alert | ต้องแก้ทันที |
| 2 | Critical | วิกฤต |
| 3 | Error | ผิดพลาด |
| 4 | Warning | เตือน |
| 5 | Notice | ปกติแต่สำคัญ |
| 6 | Informational | ข้อมูลทั่วไป |
| 7 | Debug | ละเอียดสุด |
0 = แย่ที่สุด ไม่ใช่ 7 และการตั้ง log level 4 จะได้ระดับ 0–4 ทั้งหมด
Redundancy และ High AvailabilityRedundancy and High Availability
NIC teamingรวมการ์ดแลนบนเซิร์ฟเวอร์ ทน NIC/สาย/พอร์ตเสีย
FHRProuter หลายตัวใช้ virtual IP/MAC เดียวเป็น gateway ตัวหลักล่ม ตัวสำรองรับต่อทันที
VRRP / HSRPFHRP แบบมาตรฐานเปิด / แบบ Cisco
Load balancingกระจาย session และตัดเครื่องเสียออกด้วย health check
Clusteringหลายเซิร์ฟเวอร์ทำงานเหมือนเครื่องเดียว
PowerPSU คู่จาก PDU คนละตัว + UPS + Generator
RPO, RTO, MTTR และ MTBFBusiness Continuity Metrics
| ค่า | ตอบคำถาม | ใช้กำหนด |
| RPO | ยอมเสียข้อมูลย้อนหลังได้กี่ชั่วโมง (มองย้อนหลัง) | ความถี่ backup/replication |
| RTO | ยอมให้ระบบล่มได้นานแค่ไหน (มองไปข้างหน้า) | วิธีกู้คืนและประเภท site สำรอง |
| MTTR | ซ่อมจริงใช้เวลาเฉลี่ยเท่าไร | คน, อะไหล่, สัญญา support |
| MTBF | อุปกรณ์เสียห่างกันเฉลี่ยกี่ชั่วโมง | รอบเปลี่ยนอุปกรณ์และการออกแบบสำรอง |
Recovery site
Cold siteมีแค่ที่และไฟ ถูกสุด ช้าสุด
Warm siteมีเครื่องและเน็ตแล้ว ต้องโหลดข้อมูลล่าสุดเข้าไป
Hot siteพร้อมใช้และซิงก์ตลอด พร้อมในไม่กี่นาที แพงสุด
ประเภทของการ BackupBackup Types
| ประเภท | เก็บอะไร | เวลา backup | การ restore |
| Full | ทุกอย่างทุกครั้ง | ช้าสุด | เร็วสุด ใช้ชุดเดียว |
| Incremental | ที่เปลี่ยนตั้งแต่ backup ครั้งล่าสุด (ทุกประเภท) | เร็วสุด | ช้าสุด ต้องใช้ Full + ทุก incremental ตามลำดับ |
| Differential | ที่เปลี่ยนตั้งแต่ Full ครั้งล่าสุด | ใหญ่ขึ้นทุกวัน | ปานกลาง ใช้ Full + differential ล่าสุด 1 ชุด |
| Snapshot | ภาพ ณ เวลาหนึ่งของ volume/VM | แทบทันที | เร็ว แต่ผูกกับ storage เดิม ใช้แทน off-site ไม่ได้ |
3-2-1: 3 ชุด · 2 สื่อ · 1 นอกสถานที่ และ backup ที่ไม่เคยทดสอบ restore ถือว่ายังไม่มี backup
4.0
Network Security
ความปลอดภัยของเครือข่าย
14%ของข้อสอบ
CIA Triad ในการใช้งานจริงThe CIA Triad in Practice
| หมายถึง | ทำได้ด้วย | ตัวอย่างเมื่อพัง |
| Confidentiality | เฉพาะผู้มีสิทธิ์อ่านได้ | TLS, IPSec, WPA3, ACL, segmentation | รหัสผ่านวิ่งบนโปรโตคอล plaintext |
| Integrity | ข้อมูลไม่ถูกแก้ | Hash (SHA-256), digital signature, CRC | ARP/DNS poisoning, ไฟล์ดาวน์โหลดถูกแก้ |
| Availability | ใช้ได้เมื่อต้องการ | redundancy, FHRP, load balancing, backup, UPS | โดน DoS |
ทั้งสามขัดกันเอง เช่น ยิ่งล็อกแน่นยิ่งเสีย availability ข้อสอบวัดว่าดูออกไหมว่า control แต่ละตัวป้องกันข้อไหน
AAA, การยืนยันตัวตน และ Zero TrustAAA, Authentication and Zero Trust
| Protocol | จุดเด่น |
| RADIUS | รองรับกว้าง ใช้กับ 802.1X (wired/wireless) เข้ารหัสเฉพาะรหัสผ่าน |
| TACACS+ | เข้ารหัสทั้ง payload และแยก authn/authz จึงนิยมใช้จัดการอุปกรณ์เครือข่าย |
| Kerberos | ใช้ ticket ที่มี timestamp ถ้าเวลาเพี้ยนเกินไม่กี่นาทีจะล็อกอินไม่ได้ (โยงกลับไป NTP) |
MFA ต้องผสมปัจจัยต่างประเภท (รู้ / มี / เป็น) รหัสผ่าน 2 ชุดไม่นับเป็น MFA · SSO สะดวกแต่รวมความเสี่ยงไว้จุดเดียว · RBAC และ Least privilege
Zero trust: ไม่ไว้ใจเพราะมาจากที่ไหน ทุก request ต้องยืนยัน ทำ microsegmentation กัน lateral movement และประเมินสิทธิ์ซ้ำต่อเนื่อง
การโจมตีที่พบบ่อยและวิธีป้องกันCommon Network Attacks and Their Mitigations
ข้อสอบให้คำบรรยายการโจมตี แล้วถามว่าคืออะไรหรือป้องกันด้วยอะไร จึงควรจำเป็นคู่
| การโจมตี | ทำงานอย่างไร | ป้องกันด้วย |
| DoS / DDoS | ยิง traffic จนให้บริการไม่ได้ DDoS ใช้หลายเครื่อง มักขยายผ่าน DNS/NTP ที่เปิดอยู่ | Scrubbing, rate limiting, blackhole routing, ปิด open resolver |
| On-path (MITM) | แทรกกลางระหว่างสองฝั่ง | เข้ารหัส end-to-end + ตรวจ cert, HSTS, 802.1X |
| ARP spoofing | ส่ง ARP ปลอมว่า IP ของ gateway คือ MAC ของตน | Dynamic ARP Inspection + DHCP snooping, static ARP |
| VLAN hopping | Double tagging ผ่าน native VLAN หรือ switch spoofing | ปิด DTP, ตั้ง access port ตายตัว, เปลี่ยน native VLAN ออกจาก 1 |
| Rogue DHCP | DHCP เถื่อนแจก gateway/DNS ปลอม | DHCP snooping |
| Evil twin / Rogue AP | AP ปลอมใช้ SSID เดียวกับของจริง | WPA2/3-Enterprise + 802.1X, WIPS, สแกนหา rogue AP |
| Phishing / Social eng. | หลอกคน: อีเมลปลอม, pretexting, tailgating, vishing | อบรม, MFA, SPF/DKIM/DMARC |
| DNS poisoning | ทำให้ชื่อชี้ไป IP ของผู้โจมตี | DNSSEC, encrypted DNS, จำกัด recursion |
| MAC flooding | อัด MAC table จน switch flood ทุกพอร์ต | Port security |
| Malware / Ransomware | แพร่ เข้ารหัส หรือขโมยข้อมูล | Patch, EDR, segmentation, offline backup, least privilege |
Network Hardening
- เปลี่ยน credential และ SNMP community string ที่เป็น default ทั้งหมด
- ปิดพอร์ตและ service ที่ไม่ใช้
- ใช้โปรโตคอลที่ปลอดภัยแทน: SSH ↔ Telnet, HTTPS ↔ HTTP, SNMPv3 ↔ v1/v2c, SFTP ↔ FTP
- Patch firmware/OS ตามรอบ และจำกัด management interface ด้วย ACL
- บน switch เปิด DHCP snooping, DAI, BPDU guard, port security
- แยก guest Wi-Fi, IoT และระบบชำระเงินออกจาก LAN องค์กร
Remote Access และ VPNRemote Access and VPNs
Site-to-siteเชื่อมสองเครือข่ายถาวรผ่าน gateway ไม่ต้องลง client (มักใช้ IPSec)
Client-to-siteเครื่องเดี่ยวต่อเข้าองค์กร (IPSec หรือ SSL/TLS)
Full tunnelทุก traffic ผ่าน VPN ตรวจได้ครบแต่เปลือง bandwidth
Split tunnelเฉพาะ traffic องค์กรผ่าน VPN เร็วกว่าแต่ส่วนอื่นไม่ถูกตรวจ
Jump box / OOBจัดการอุปกรณ์โดยไม่เปิด management สู่เครือข่ายทั่วไป
Physical Security
เข้าถึงตัวเครื่องได้ก็ข้าม logical control ได้เกือบหมด จึงต้องป้องกันเป็นชั้น: รั้วและไฟส่องสว่าง → ประตูบัตร → Access control vestibule (mantrap: ประตูสองชั้นให้ผ่านทีละคน กัน tailgating) → ตู้ rack ล็อก
เสริมด้วย CCTV, asset tag, สายล็อก, HVAC พร้อมเซนเซอร์อุณหภูมิ/ความชื้น และระบบดับเพลิงที่เหมาะกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
5.0
Network Troubleshooting
การแก้ปัญหาเครือข่าย
24%ของข้อสอบ
Domain ที่ออกเยอะที่สุด และมี PBQ ให้อ่าน output ของคำสั่ง
ขั้นตอนแก้ปัญหา 7 ขั้นของ CompTIAThe CompTIA Troubleshooting Methodology
- Identify the problem: เก็บข้อมูล ถามผู้ใช้ ดูอาการ ถามว่ามีอะไรเปลี่ยนไหม ลองทำให้เกิดซ้ำ และแยกปัญหาหลายอย่างออกจากกัน
- Establish a theory: สงสัยเรื่องง่ายก่อน ไล่ OSI จากบนลงล่าง ล่างขึ้นบน หรือ divide and conquer
- Test the theory: ถ้าใช่ วางขั้นต่อไป ถ้าไม่ใช่ ตั้งทฤษฎีใหม่หรือ escalate
- Plan of action: จะแก้อะไร กระทบอะไรบ้าง และจะถอยกลับอย่างไร
- Implement หรือ escalate
- Verify ว่าระบบทำงานครบ และวางมาตรการป้องกัน (ยืนยันกับผู้ใช้ด้วย ไม่ใช่แค่เทสผ่าน)
- Document สิ่งที่พบ สิ่งที่ทำ ผลลัพธ์ และบทเรียน
- 1ระบุปัญหา
- 2ตั้งทฤษฎี
- 3ทดสอบทฤษฎี
- 4วางแผนแก้
- 5ลงมือแก้
- 6ตรวจผล
- 7บันทึก
↺ ขั้น 3 ทดสอบแล้วทฤษฎีไม่ถูก → กลับไปขั้น 2 ตั้งทฤษฎีใหม่ หรือ escalate
ห้ามข้ามขั้น 4 (วางแผน) และขั้น 7 (บันทึก) อยู่ท้ายสุดเสมอ
ภาพต้นฉบับจาก ProfTIA
กับดัก 2 ข้อ: ทดสอบทฤษฎี (3) ไม่เท่ากับลงมือแก้ ห้ามข้ามขั้น Plan (4) · และ Document คือขั้นสุดท้ายเสมอ ทำหลัง Verify
เครื่องมือ Command LineCommand-Line Troubleshooting Tools
| คำสั่ง | ทำอะไร | ใช้เมื่อ |
ping | ส่ง ICMP echo ดู RTT และ loss | เช็กว่าถึงไหม ไล่ loopback → IP ตัวเอง → gateway → IP ภายนอก → ชื่อ จุดแรกที่ล้มคือจุดที่เสีย |
tracert / traceroute | แสดงทุก hop และ latency | หาว่าเส้นทางขาดหรือช้าตรงไหน |
ipconfig / ip | ดู IP, mask, gateway, DNS (/all เห็น MAC และ DHCP) | ได้ 169.254.x.x แปลว่า DHCP ล้ม |
nslookup / dig | query DNS ตรงๆ | เข้าด้วย IP ได้แต่เข้าด้วยชื่อไม่ได้ |
netstat / ss | connection, พอร์ตที่ listen, -r ดู route | เช็กว่า service ฟังพอร์ตจริงไหม |
arp -a | ตาราง IP ↔ MAC | สงสัย IP ซ้ำหรือ ARP poisoning |
nmap | สแกน host และพอร์ต | ทำ inventory หรือยืนยันว่าปิดพอร์ตแล้ว |
tcpdump | ดักและถอดแพ็กเก็ต | เครื่องมืออื่นยังอธิบายไม่ได้ |
route / ip route | ดู/แก้ routing table | ไปเครือข่ายเดียวไม่ได้ แต่ที่อื่นได้หมด |
เครื่องมือ HardwareHardware Troubleshooting Tools
Cable testerเช็ก continuity และ pinout
Toner & probe"fox and hound" หาสายเส้นที่ต้องการในมัดสาย
TDR / OTDRส่งพัลส์บอกระยะถึงจุดสายขาด (OTDR สำหรับ fibre)
Crimperเข้าหัว RJ45
Punchdown toolตอกสายลง patch panel / keystone jack
Light meterวัดกำลังแสงใน fibre
Wi-Fi analyzerดู channel, ความแรงสัญญาณ, เครือข่ายที่ทับกัน
อาการที่พบบ่อยและสาเหตุCommon Issues and What They Point To
| อาการ | น่าจะเป็น |
| CRC error เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ | EMI, สายเสีย หรือยาวเกิน 100 m |
| Late collision, runt, ลิงก์ใช้ได้แต่ช้า | Duplex mismatch |
| พอร์ต up/down สลับไปมา | Transceiver ใกล้เสีย หรือสายไม่ดี |
| ได้ IP 169.254.x.x | หา DHCP ไม่เจอ: scope เต็ม, ไม่มี relay/helper หรือมี rogue DHCP |
| "IP address conflict" | ตั้ง static IP ไว้ในช่วง DHCP scope |
| คุยในวงได้ ออกนอกวงไม่ได้ | Default gateway ผิด |
| คุยกับบางเครื่องในวงได้ บางเครื่องไม่ได้ | Subnet mask ผิด |
| เข้าด้วย IP ได้ ด้วยชื่อไม่ได้ | DNS |
| Wi-Fi ขอบ cell ช้า หลุดบ่อย | Coverage แก้ด้วยการย้ายหรือเพิ่ม AP (อย่าเร่งกำลังส่ง) |
| Wi-Fi ต่อได้แต่ใช้เน็ตไม่ได้ | Authentication หรือ VLAN config |
| Roaming แย่ | Cell ทับกันน้อยเกินไป |
| Latency เฉลี่ยโอเค แต่เสียงโทรขาดๆ หายๆ | Jitter สูง เป็นปัญหา QoS |