CompTIA / Network+ N10-009 แบบทดสอบ
CompTIA Network+ · N10-009

Study Guide ทั้ง 5 Domain

อธิบายแนวคิดทีละหัวข้อ พร้อมตารางที่ต้องจำ และจุดที่ข้อสอบชอบหลอก

สูงสุด 90 ข้อ เวลา 90 นาที ผ่านที่ 720 / 900 อายุ 3 ปี (ต่อด้วย 30 CEUs)
1.0

Networking Concepts

แนวคิดพื้นฐานของเครือข่าย
23%ของข้อสอบ

OSI Model ทั้ง 7 ชั้นThe OSI Model: All Seven Layers Explained

OSI แบ่งการสื่อสารเป็น 7 ชั้น เพื่อให้ระบุได้ว่าปัญหา โปรโตคอล หรืออุปกรณ์อยู่ระดับไหน ฝั่งส่งข้อมูลจะไหลลงทีละชั้น แต่ละชั้นห่อ header ของตัวเองเพิ่ม (encapsulation) แล้วฝั่งรับจะไหลขึ้นและแกะ header ออกทีละชั้น

L7–L5Data
Data
L4Segment
TCPData
L3Packet
IPTCPData
L2Frame
MACIPTCPDataFCS
L1Bits
0110100101110010101…
Encapsulation ฝั่งส่ง: ข้อมูลไหลลงทีละชั้น แต่ละชั้นห่อ header ของตัวเองเพิ่ม (L2 เติม FCS ไว้ท้ายเฟรมด้วย · TCP ในภาพแทน TCP/UDP) ส่วนฝั่งรับจะแกะออกตามลำดับกลับกัน
OSI model ทั้ง 7 ชั้น
ภาพต้นฉบับจาก ProfTIA
#ชั้นหน้าที่หน่วยข้อมูลตัวอย่าง
7Applicationให้บริการเครือข่ายกับโปรแกรมของผู้ใช้DataHTTP(S), DNS, SMTP, FTP, SNMP
6Presentationแปลงรูปแบบ เข้ารหัส บีบอัดDataTLS/SSL, ASCII, JPEG, MPEG
5Sessionเปิด คงไว้ และปิดการสนทนาระหว่างโฮสต์DataRPC, NetBIOS
4Transportส่งแบบ end-to-end ใส่ port number เลือกว่าจะส่งแบบเชื่อถือได้หรือไม่Segment / DatagramTCP, UDP
3Networkที่อยู่เชิงตรรกะ (IP) และเลือกเส้นทางข้ามเครือข่ายPacketIPv4, IPv6, ICMP, Router
2Data Linkจัดเฟรมในลิงก์เดียวกัน ใช้ MAC addressFrameEthernet, 802.11, ARP, Switch
1Physicalส่งบิตเป็นสัญญาณไฟฟ้า แสง หรือคลื่นวิทยุBitสายสัญญาณ, Hub, Repeater
จากล่างขึ้นบน: Please Do Not Throw Sausage Pizza Away
เห็นอาการแล้วให้ระบุชั้นก่อนตอบ: สายเสีย = L1 · VLAN/duplex ไม่ตรง = L2 · gateway/subnet mask ผิด = L3 · พอร์ตถูกบล็อก = L4 · ใบรับรอง (certificate) error = L6

TCP/IP Model เทียบกับ OSIThe TCP/IP Model and How It Maps to OSI

เครือข่ายจริงใช้ TCP/IP 4 ชั้น ส่วน OSI เป็น "ภาษา" ที่ใช้คุยตอนแก้ปัญหา ต้องแปลงไปมาระหว่างสองแบบได้

TCP/IPตรงกับ OSI
ApplicationLayer 5, 6, 7
TransportLayer 4
InternetLayer 3
Network Access (Link)Layer 1, 2

TCP กับ UDPTCP vs UDP

อยู่ Layer 4 และใช้ port number เหมือนกัน แต่เลือกคนละทาง

TCPUDP
การเชื่อมต่อConnection-oriented: 3-way handshake (SYN → SYN-ACK → ACK)Connectionless: ส่งเลย
ความน่าเชื่อถือเรียงลำดับ, ACK, ส่งซ้ำเมื่อหายไม่รับประกัน แอปต้องจัดการเอง
ความเร็วoverhead และ latency สูงกว่าเบาและเร็ว
ใช้เมื่อทุกไบต์ต้องครบ: ไฟล์, เว็บ, อีเมลทันเวลาสำคัญกว่าครบ: เสียง/วิดีโอ, DNS query, DHCP
TCP: เชื่อมต่อก่อนส่งClientServerSYNSYN-ACKACKData (มีลำดับ + ACK)UDP: ส่งเลยClientServerDatagramDatagramDatagramไม่มี handshake · ไม่มี ACK · หายก็หาย
TCP ต้องจับมือ 3 ครั้ง (SYN → SYN-ACK → ACK) ก่อนส่งข้อมูล ส่วน UDP ส่ง datagram ออกไปเลย
TCP vs UDP
ภาพต้นฉบับจาก ProfTIA

พอร์ตและโปรโตคอลที่ต้องจำCommon Network Ports and Protocols (Objective 1.4)

ออกแทบทุกที่ ทั้งโจทย์กฎ firewall การเปลี่ยนเป็นโปรโตคอลที่ปลอดภัย และการแก้ปัญหา ต้องจำเลขพอร์ต ชื่อโปรโตคอล และว่าเป็นตัวปลอดภัยหรือไม่

PortProtocolTCP/UDPใช้ทำอะไร
20/21FTPTCPโอนไฟล์ไม่เข้ารหัส (20 data, 21 control)
22SSH / SFTPTCPรีโมต CLI แบบเข้ารหัส / โอนไฟล์ผ่าน SSH
23TelnetTCPรีโมตแบบ plaintext ควรใช้ SSH แทน
25SMTPTCPส่งอีเมลระหว่างเซิร์ฟเวอร์
53DNSUDP + TCPแปลงชื่อเป็น IP (UDP สำหรับ query, TCP สำหรับ zone transfer)
67/68DHCPUDPแจก IP อัตโนมัติ (67 server, 68 client)
69TFTPUDPโอนไฟล์แบบเบา ไม่มี auth ใช้กับ firmware/config
80HTTPTCPเว็บไม่เข้ารหัส
123NTPUDPซิงก์เวลา (เวลาเพี้ยนทำให้ Kerberos, cert, log พัง)
161/162SNMPUDP161 poll อุปกรณ์, 162 รับ trap
389LDAPTCPค้นหา directory ไม่เข้ารหัส
443HTTPSTCPเว็บเข้ารหัสด้วย TLS
445SMBTCPแชร์ไฟล์/เครื่องพิมพ์ Windows
514SyslogUDPรวม log ไว้ที่ศูนย์กลาง
587SMTPSTCPclient ส่งเมลแบบยืนยันตัวตน + STARTTLS
636LDAPSTCPLDAP แบบเข้ารหัส TLS
1433SQL ServerTCPฐานข้อมูล Microsoft SQL
3389RDPTCPรีโมตหน้าจอ Windows
5060/5061SIPTCP + UDPตั้งสาย VoIP (5061 = แบบ TLS)
จำเป็นคู่ ไม่ปลอดภัย → ปลอดภัย: 21 FTP → 22 SFTP · 23 Telnet → 22 SSH · 80 HTTP → 443 HTTPS · 389 LDAP → 636 LDAPS · 5060 SIP → 5061 SIP-TLS
โจทย์ที่ให้ "harden" บริการ มักต้องการอีกครึ่งของคู่นี้

ประเภทโปรโตคอล IP และรูปแบบ TrafficIP Protocol Types and Traffic Types

ICMPวินิจฉัยและรายงาน error อยู่เบื้องหลัง ping และ traceroute
GREทำ tunnel ห่อโปรโตคอลหนึ่งไว้ในอีกอัน แต่ไม่เข้ารหัส
IPSec AHIntegrity + Authentication ไม่มี Confidentiality
IPSec ESPเพิ่มการเข้ารหัส
IKEเจรจา Security Association

Traffic types

Unicastหนึ่งต่อหนึ่ง
Broadcastหนึ่งต่อทุกเครื่องใน broadcast domain (มีแค่ IPv4)
Multicastหนึ่งต่อกลุ่มที่สมัครรับ
Anycastส่งไปเครื่องที่ใกล้ที่สุดซึ่งใช้ IP เดียวกัน (Public DNS, CDN)

IPv4 และตัวอย่าง SubnettingIPv4 Addressing and a Worked Subnetting Example

IPv4 ยาว 32 บิต เขียนเป็น 4 octet ส่วน Subnet mask (หรือ CIDR prefix) บอกว่าส่วน network จบตรงไหน

Private (RFC 1918)10.0.0.0/8 172.16.0.0/12 192.168.0.0/16
APIPA169.254.0.0/16 ได้เองเมื่อหา DHCP ไม่เจอ
Loopback127.0.0.0/8

โจทย์: แบ่ง 192.168.1.0/24 เป็น 4 subnet เท่ากัน

  1. ยืมกี่บิต: ต้องการ 4 subnet และ 2² = 4 จึงยืม 2 บิต prefix จาก /24 กลายเป็น /26
  2. Mask ใหม่: 255.255.255.192 (128 + 64)
  3. Block size: 256 − 192 = 64 ดังนั้น subnet เริ่มที่ .0, .64, .128, .192
  4. Host ที่ใช้ได้: เหลือ host bit 6 บิต → 2⁶ − 2 = 62 (ลบ network กับ broadcast)
  5. วางช่วง: broadcast ของแต่ละ subnet = network ของ subnet ถัดไป − 1
#NetworkHost ที่ใช้ได้Broadcast
1192.168.1.0/26.1 – .62.63
2192.168.1.64/26.65 – .126.127
3192.168.1.128/26.129 – .190.191
4192.168.1.192/26.193 – .254.255
192.168.1.0/24 → แบ่งเป็น /26 ได้ 4 วง (block size 64)
Subnet 1192.168.1.0/26network .0broadcast .63host ใช้ได้ 62
Subnet 2192.168.1.64/26network .64broadcast .127host ใช้ได้ 62
Subnet 3192.168.1.128/26network .128broadcast .191host ใช้ได้ 62
Subnet 4192.168.1.192/26network .192broadcast .255host ใช้ได้ 62
Mask 255.255.255.192 · block size = 256 − 192 = 64 · แต่ละวงเสีย 2 address ให้ network และ broadcast
IPv4 subnetting cheat sheet
ภาพต้นฉบับจาก ProfTIA
ท่องค่า mask 8 ตัว: 128, 192, 224, 240, 248, 252, 254, 255 แล้วใช้สูตร block size = 256 − octet ที่สนใจ ไม่ต้องแปลงฐานสองในห้องสอบ (ห้ามใช้เครื่องคิดเลข)

IPv6 ที่ต้องรู้IPv6 Essentials

ยาว 128 บิต เขียนเป็น 8 กลุ่มเลขฐานสิบหก ตัด 0 นำหน้าได้ และย่อกลุ่มที่เป็น 0 ต่อกันเป็น :: ได้ครั้งเดียว

ประเภทPrefixเทียบ IPv4
Global unicast2000::/3Public IP
Link-localfe80::/10คล้าย APIPA ตั้งเองทุก interface และไม่ถูก route
Unique localfc00::/7Private (RFC 1918)
Multicastff00::/8Multicast

ไม่มี broadcast ไม่จำเป็นต้องใช้ NAT ตั้งค่าเองได้ด้วย SLAAC และใช้ NDP แทน ARP ส่วนการย้ายระบบมักใช้ Dual stack (รัน IPv4 และ IPv6 คู่กัน)

Topology และประเภทเครือข่ายNetwork Topologies and Network Types

Topologyลักษณะจุดอ่อน / หมายเหตุ
Starทุกโหนดต่อเข้า switch กลาง (LAN ปัจจุบัน)switch เป็น single point of failure
Meshต่อกันตรงหลายเส้นFull mesh ใช้ n(n−1)/2 ลิงก์ จึงนิยม partial mesh ใน WAN
Ringส่งต่อกันเป็นวงเห็นใน metro fibre และ legacy
Busทุกเครื่องอยู่บนสายเดียวสายขาดจุดเดียวล่มทั้งเส้น (เลิกใช้แล้ว)
Spine-and-leafดีไซน์ data center ยุคใหม่ทุกเซิร์ฟเวอร์ห่างกันจำนวน hop เท่ากัน
Starทุกเครื่องต่อ switch กลาง
Meshต่อกันตรงหลายเส้น
Ringส่งต่อกันเป็นวง
Busสายหลักเส้นเดียว
Star: switch กลาง (สีส้ม) คือ single point of failure · Full mesh 4 โหนดใช้ 4×3/2 = 6 เส้น · Bus: สายหลักขาดจุดเดียวล่มทั้งเส้น
Network topologies
ภาพต้นฉบับจาก ProfTIA

แบ่งตามขอบเขต: PAN (Bluetooth) < LAN/WLAN (ตึก) < CAN (วิทยาเขต) < MAN (เมือง) < WAN (ระยะไกล) ส่วน SAN คือเครือข่ายเฉพาะสำหรับ storage

แนวคิดใหม่ที่เพิ่มใน N10-009Modern Connectivity Concepts

SDNแยก control plane (ตัดสินใจ) ออกจาก data plane (ส่งต่อ) และรวม control ไว้ที่ controller
SD-WANหลักการเดียวกันแต่ใช้กับ WAN เลือกเส้นทาง broadband/MPLS/LTE ตาม policy และคุณภาพลิงก์
VXLANห่อ L2 frame ใน UDP ให้ยืด segment ข้าม routed fabric ได้ ทลายเพดาน 4,094 VLAN
Infrastructure as Codeเขียน config เป็นไฟล์ คุมเวอร์ชันได้ ทำซ้ำได้
Zero Trustไม่มีเครือข่ายภายในที่ "ไว้ใจได้" ทุก request ต้องยืนยันตัวตน
SASE / SSEส่งมอบ security control จาก cloud ใกล้ผู้ใช้
2.0

Network Implementation

การติดตั้งและใช้งานอุปกรณ์เครือข่าย
20%ของข้อสอบ

เปรียบเทียบอุปกรณ์เครือข่ายRouters, Switches, Firewalls and Access Points Compared

โจทย์ส่วนใหญ่วัดว่ารู้หรือไม่ว่าอุปกรณ์ทำงานชั้นไหนและตัดสินใจจากอะไร

อุปกรณ์Layerตัดสินใจจากใช้ที่ไหน
Hub / Repeater1ไม่ตัดสินใจ ส่งออกทุกพอร์ตlegacy: collision domain เดียว
Switch2MAC ปลายทางaccess layer ของ LAN
L3 Switch2, 3switch ใน VLAN, route ข้าม VLANinter-VLAN routing
Router3IP network ปลายทางเชื่อมเครือข่าย กั้น broadcast domain
Firewall3–7rule setperimeter และระหว่าง segment
Load balancer4 / 7กระจาย sessionขยายและเพิ่ม availability
Proxy7รับ request แล้วส่งต่อแทนกรองเนื้อหา, cache
IDS / IPS3–7ตรวจจับ / บล็อก pattern การโจมตีthreat detection
Access Point2bridge 802.11 เข้า LANwireless coverage
Switch: ทุกพอร์ตเป็น collision domain ของตัวเอง แต่ทุกพอร์ตอยู่ broadcast domain เดียวกัน · Router: แต่ละ interface กั้น broadcast domain
Stateless firewall ดูทีละแพ็กเก็ต ส่วน Stateful จำ session และยอมให้ traffic ขากลับผ่านได้

Static กับ Dynamic RoutingStatic vs Dynamic Routing

Static ตั้งเอง คาดเดาได้ ไม่กิน CPU แต่ถ้าเส้นทางล่มจะไม่ reroute ให้ เหมาะกับ stub network และ default route · Dynamic ใช้โปรโตคอลแลกเส้นทางกัน หาเส้นใหม่ได้เอง แลกกับ overhead

ลำดับการเลือก route: Longest prefix match ชนะก่อน (/26 ชนะ /24) → ถ้า prefix เท่ากัน เลือก Administrative Distance ต่ำสุด → ถ้าโปรโตคอลเดียวกัน เลือก Metric ต่ำสุด
ProtocolชนิดMetricขอบเขต
RIPDistance vectorHop count (สูงสุด 15)Interior, เครือข่ายเล็ก converge ช้า
OSPFLink stateCost (จาก bandwidth)Interior, มาตรฐานเปิดในองค์กร
EIGRPAdvanced DV (hybrid)Bandwidth + delayInterior, มาจาก Cisco
BGPPath vectorAS path + policyExterior: protocol ของอินเทอร์เน็ต
ถามถึงการต่อหลาย ISP หรือ peering ระหว่าง autonomous system ให้ตอบ BGP เพราะเป็น exterior protocol ตัวเดียวใน objectives

VLAN, Trunking และ Spanning TreeVLANs, Trunking and Spanning Tree

VLAN แบ่ง switch ตัวเดียวเป็นหลาย broadcast domain การข้าม VLAN ต้องผ่าน router หรือ L3 switch จึงเป็นทั้งเครื่องมือออกแบบและ segmentation

Access portมี VLAN เดียว ต่ออุปกรณ์ปลายทาง
Trunk portหลาย VLAN ระหว่าง switch แท็กด้วย 802.1Q
Native VLANVLAN ที่ไม่ติด tag บน trunk ถ้าปล่อยเป็น VLAN 1 จะเสี่ยง VLAN hopping
Voice VLANให้ IP phone กับ PC ใช้พอร์ตเดียวกันแต่แยก traffic เพื่อทำ QoS

ทำไมต้องมี STP

ลิงก์สำรองระหว่าง switch ทำให้เกิด loop และ Ethernet frame ไม่มี TTL broadcast จึงวนไม่จบจนเครือข่ายล่มในไม่กี่วินาที STP (802.1D) และ RSTP (802.1w) แก้โดยเลือก root bridge แล้ว block พอร์ตสำรองไว้ พร้อมเปิดใช้ทันทีเมื่อเส้นหลักล่ม

PortFastให้ access port เข้า forwarding ทันที
BPDU Guardปิดพอร์ตถ้ามี BPDU เข้ามา กันคนเสียบ switch เถื่อน
LACP (802.3ad)รวมหลายลิงก์เป็นลิงก์เดียว ได้ทั้ง bandwidth และ redundancy
Port securityจำกัด MAC ที่เข้าพอร์ตได้
PoE802.3af / at (PoE+) / bt (PoE++) ต้องเช็ก power budget รวมของ switch ด้วย

มาตรฐาน Wireless 802.11802.11 Wireless Standards

2.4 GHz ไปได้ไกลและทะลุผนังดีกว่า แต่แออัด มี channel ไม่ทับกันแค่ 1, 6, 11 · 5 GHz เร็วกว่าและมี channel เยอะ แต่ระยะสั้นกว่า · 6 GHz (Wi-Fi 6E) ได้คลื่นว่างเพิ่มสำหรับระยะใกล้

มาตรฐานชื่อความถี่ความเร็วสูงสุด (ทฤษฎี)
802.11a—554 Mbps
802.11b—2.411 Mbps
802.11g—2.454 Mbps
802.11nWi-Fi 42.4 / 5600 Mbps
802.11acWi-Fi 55~6.9 Gbps
802.11axWi-Fi 6 / 6E2.4 / 5 / 6~9.6 Gbps
802.11beWi-Fi 72.4 / 5 / 6~46 Gbps

ใช้ WPA3 หรือ WPA2 + AES/CCMP ห้ามใช้ WEP และ WPA/TKIP โหมด Enterprise ยืนยันตัวตนรายคนผ่าน RADIUS ด้วย 802.1X แทนการแชร์ PSK ออกแบบด้วย site survey และ heat map ให้แต่ละ cell ทับกันราว 15–20% เพื่อการ roaming

สายสัญญาณ Transceiver และการติดตั้งCabling, Transceivers and Physical Installation

สายความเร็ว / ระยะ
Cat 5e1 Gbps / 100 m
Cat 610 Gbps / 55 m (1 Gbps / 100 m)
Cat 6a10 Gbps / 100 m
Single-mode fibreแกน 8–10 µm, แหล่งแสง laser, หลายสิบ km
Multimode fibreแกน 50/62.5 µm, LED/VCSEL, ไม่กี่ร้อยเมตร
ตัวเลข 100 m ของสายทองแดงคือเรื่องสายที่ออกบ่อยที่สุด
  • STP (shielded) ทนสัญญาณรบกวนใกล้มอเตอร์หรือหลอดฟลูออเรสเซนต์ ส่วน UTP ถูกกว่า
  • Plenum-rated ใช้ในช่องลม เพราะเปลือก PVC ทั่วไปเกิดควันพิษเมื่อไหม้
  • Transceiver: SFP 1G · SFP+ 10G · QSFP/QSFP+ 40G ขึ้นไป (ตัว transceiver เป็นตัวกำหนดชนิดสายและระยะ)
  • MDF จุดรวมสายหลักของอาคาร · IDF ประจำแต่ละชั้น ต่อกลับไป MDF ด้วย backbone
  • UPS ประคองไฟช่วงสั้นและปรับคุณภาพไฟ · Generator จ่ายไฟได้นาน แต่ต้องใช้เวลาสตาร์ท
3.0

Network Operations

การดูแลเครือข่ายประจำวัน
19%ของข้อสอบ

เอกสารและ Change ManagementDocumentation and Change Management

เอกสารที่ objectives ระบุ: diagram เชิง physical/logical, rack diagram, cable map, IPAM, asset inventory, SLA, AUP และ baseline configuration (สถานะที่ถูกต้องของอุปกรณ์)

Change request ต้องมีวัตถุประสงค์ ขอบเขต การวิเคราะห์ความเสี่ยง แผนทดสอบ และ rollback plan จากนั้น CAB อนุมัติ → ทำใน maintenance window → ตรวจสอบผล → อัปเดตเอกสาร

โจทย์ที่เล่าว่าระบบล่มหลังมีการเปลี่ยนที่ไม่ได้บันทึก คำตอบมักเป็น "ดู change log" หรือ "rollback"

Monitoring, Logging และ BaselineMonitoring, Logging and Baselines

SNMPpoll UDP 161, trap UDP 162 ควรใช้ v3 (มี auth + เข้ารหัส) ไม่ใช้ v1/v2c
Syslogส่ง log ไปเก็บที่ศูนย์กลาง (514)
SIEMรวมและวิเคราะห์ log
NetFlow / sFlow / IPFIXใครคุยกับใคร พอร์ตไหน เท่าไร

Baseline คือค่าปกติที่บันทึกตอนเครือข่ายยังดี ถ้าไม่มีจะพิสูจน์คำว่า "เน็ตช้า" ไม่ได้ ค่าที่ต้องดู: bandwidth, latency, jitter (ความแปรปรวนของ latency ซึ่งทำลายเสียง VoIP) และ packet loss

LevelSyslog severityความหมาย
0Emergencyระบบใช้ไม่ได้
1Alertต้องแก้ทันที
2Criticalวิกฤต
3Errorผิดพลาด
4Warningเตือน
5Noticeปกติแต่สำคัญ
6Informationalข้อมูลทั่วไป
7Debugละเอียดสุด
0 = แย่ที่สุด ไม่ใช่ 7 และการตั้ง log level 4 จะได้ระดับ 0–4 ทั้งหมด

Redundancy และ High AvailabilityRedundancy and High Availability

NIC teamingรวมการ์ดแลนบนเซิร์ฟเวอร์ ทน NIC/สาย/พอร์ตเสีย
FHRProuter หลายตัวใช้ virtual IP/MAC เดียวเป็น gateway ตัวหลักล่ม ตัวสำรองรับต่อทันที
VRRP / HSRPFHRP แบบมาตรฐานเปิด / แบบ Cisco
Load balancingกระจาย session และตัดเครื่องเสียออกด้วย health check
Clusteringหลายเซิร์ฟเวอร์ทำงานเหมือนเครื่องเดียว
PowerPSU คู่จาก PDU คนละตัว + UPS + Generator

RPO, RTO, MTTR และ MTBFBusiness Continuity Metrics

ค่าตอบคำถามใช้กำหนด
RPOยอมเสียข้อมูลย้อนหลังได้กี่ชั่วโมง (มองย้อนหลัง)ความถี่ backup/replication
RTOยอมให้ระบบล่มได้นานแค่ไหน (มองไปข้างหน้า)วิธีกู้คืนและประเภท site สำรอง
MTTRซ่อมจริงใช้เวลาเฉลี่ยเท่าไรคน, อะไหล่, สัญญา support
MTBFอุปกรณ์เสียห่างกันเฉลี่ยกี่ชั่วโมงรอบเปลี่ยนอุปกรณ์และการออกแบบสำรอง

Recovery site

Cold siteมีแค่ที่และไฟ ถูกสุด ช้าสุด
Warm siteมีเครื่องและเน็ตแล้ว ต้องโหลดข้อมูลล่าสุดเข้าไป
Hot siteพร้อมใช้และซิงก์ตลอด พร้อมในไม่กี่นาที แพงสุด

ประเภทของการ BackupBackup Types

ประเภทเก็บอะไรเวลา backupการ restore
Fullทุกอย่างทุกครั้งช้าสุดเร็วสุด ใช้ชุดเดียว
Incrementalที่เปลี่ยนตั้งแต่ backup ครั้งล่าสุด (ทุกประเภท)เร็วสุดช้าสุด ต้องใช้ Full + ทุก incremental ตามลำดับ
Differentialที่เปลี่ยนตั้งแต่ Full ครั้งล่าสุดใหญ่ขึ้นทุกวันปานกลาง ใช้ Full + differential ล่าสุด 1 ชุด
Snapshotภาพ ณ เวลาหนึ่งของ volume/VMแทบทันทีเร็ว แต่ผูกกับ storage เดิม ใช้แทน off-site ไม่ได้
3-2-1: 3 ชุด · 2 สื่อ · 1 นอกสถานที่ และ backup ที่ไม่เคยทดสอบ restore ถือว่ายังไม่มี backup
4.0

Network Security

ความปลอดภัยของเครือข่าย
14%ของข้อสอบ

CIA Triad ในการใช้งานจริงThe CIA Triad in Practice

หมายถึงทำได้ด้วยตัวอย่างเมื่อพัง
Confidentialityเฉพาะผู้มีสิทธิ์อ่านได้TLS, IPSec, WPA3, ACL, segmentationรหัสผ่านวิ่งบนโปรโตคอล plaintext
Integrityข้อมูลไม่ถูกแก้Hash (SHA-256), digital signature, CRCARP/DNS poisoning, ไฟล์ดาวน์โหลดถูกแก้
Availabilityใช้ได้เมื่อต้องการredundancy, FHRP, load balancing, backup, UPSโดน DoS

ทั้งสามขัดกันเอง เช่น ยิ่งล็อกแน่นยิ่งเสีย availability ข้อสอบวัดว่าดูออกไหมว่า control แต่ละตัวป้องกันข้อไหน

AAA, การยืนยันตัวตน และ Zero TrustAAA, Authentication and Zero Trust

Protocolจุดเด่น
RADIUSรองรับกว้าง ใช้กับ 802.1X (wired/wireless) เข้ารหัสเฉพาะรหัสผ่าน
TACACS+เข้ารหัสทั้ง payload และแยก authn/authz จึงนิยมใช้จัดการอุปกรณ์เครือข่าย
Kerberosใช้ ticket ที่มี timestamp ถ้าเวลาเพี้ยนเกินไม่กี่นาทีจะล็อกอินไม่ได้ (โยงกลับไป NTP)

MFA ต้องผสมปัจจัยต่างประเภท (รู้ / มี / เป็น) รหัสผ่าน 2 ชุดไม่นับเป็น MFA · SSO สะดวกแต่รวมความเสี่ยงไว้จุดเดียว · RBAC และ Least privilege

Zero trust: ไม่ไว้ใจเพราะมาจากที่ไหน ทุก request ต้องยืนยัน ทำ microsegmentation กัน lateral movement และประเมินสิทธิ์ซ้ำต่อเนื่อง

การโจมตีที่พบบ่อยและวิธีป้องกันCommon Network Attacks and Their Mitigations

ข้อสอบให้คำบรรยายการโจมตี แล้วถามว่าคืออะไรหรือป้องกันด้วยอะไร จึงควรจำเป็นคู่

การโจมตีทำงานอย่างไรป้องกันด้วย
DoS / DDoSยิง traffic จนให้บริการไม่ได้ DDoS ใช้หลายเครื่อง มักขยายผ่าน DNS/NTP ที่เปิดอยู่Scrubbing, rate limiting, blackhole routing, ปิด open resolver
On-path (MITM)แทรกกลางระหว่างสองฝั่งเข้ารหัส end-to-end + ตรวจ cert, HSTS, 802.1X
ARP spoofingส่ง ARP ปลอมว่า IP ของ gateway คือ MAC ของตนDynamic ARP Inspection + DHCP snooping, static ARP
VLAN hoppingDouble tagging ผ่าน native VLAN หรือ switch spoofingปิด DTP, ตั้ง access port ตายตัว, เปลี่ยน native VLAN ออกจาก 1
Rogue DHCPDHCP เถื่อนแจก gateway/DNS ปลอมDHCP snooping
Evil twin / Rogue APAP ปลอมใช้ SSID เดียวกับของจริงWPA2/3-Enterprise + 802.1X, WIPS, สแกนหา rogue AP
Phishing / Social eng.หลอกคน: อีเมลปลอม, pretexting, tailgating, vishingอบรม, MFA, SPF/DKIM/DMARC
DNS poisoningทำให้ชื่อชี้ไป IP ของผู้โจมตีDNSSEC, encrypted DNS, จำกัด recursion
MAC floodingอัด MAC table จน switch flood ทุกพอร์ตPort security
Malware / Ransomwareแพร่ เข้ารหัส หรือขโมยข้อมูลPatch, EDR, segmentation, offline backup, least privilege

Network Hardening

  • เปลี่ยน credential และ SNMP community string ที่เป็น default ทั้งหมด
  • ปิดพอร์ตและ service ที่ไม่ใช้
  • ใช้โปรโตคอลที่ปลอดภัยแทน: SSH ↔ Telnet, HTTPS ↔ HTTP, SNMPv3 ↔ v1/v2c, SFTP ↔ FTP
  • Patch firmware/OS ตามรอบ และจำกัด management interface ด้วย ACL
  • บน switch เปิด DHCP snooping, DAI, BPDU guard, port security
  • แยก guest Wi-Fi, IoT และระบบชำระเงินออกจาก LAN องค์กร

Remote Access และ VPNRemote Access and VPNs

Site-to-siteเชื่อมสองเครือข่ายถาวรผ่าน gateway ไม่ต้องลง client (มักใช้ IPSec)
Client-to-siteเครื่องเดี่ยวต่อเข้าองค์กร (IPSec หรือ SSL/TLS)
Full tunnelทุก traffic ผ่าน VPN ตรวจได้ครบแต่เปลือง bandwidth
Split tunnelเฉพาะ traffic องค์กรผ่าน VPN เร็วกว่าแต่ส่วนอื่นไม่ถูกตรวจ
Jump box / OOBจัดการอุปกรณ์โดยไม่เปิด management สู่เครือข่ายทั่วไป

Physical Security

เข้าถึงตัวเครื่องได้ก็ข้าม logical control ได้เกือบหมด จึงต้องป้องกันเป็นชั้น: รั้วและไฟส่องสว่าง → ประตูบัตร → Access control vestibule (mantrap: ประตูสองชั้นให้ผ่านทีละคน กัน tailgating) → ตู้ rack ล็อก

เสริมด้วย CCTV, asset tag, สายล็อก, HVAC พร้อมเซนเซอร์อุณหภูมิ/ความชื้น และระบบดับเพลิงที่เหมาะกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

5.0

Network Troubleshooting

การแก้ปัญหาเครือข่าย
24%ของข้อสอบ

Domain ที่ออกเยอะที่สุด และมี PBQ ให้อ่าน output ของคำสั่ง

ขั้นตอนแก้ปัญหา 7 ขั้นของ CompTIAThe CompTIA Troubleshooting Methodology

  1. Identify the problem: เก็บข้อมูล ถามผู้ใช้ ดูอาการ ถามว่ามีอะไรเปลี่ยนไหม ลองทำให้เกิดซ้ำ และแยกปัญหาหลายอย่างออกจากกัน
  2. Establish a theory: สงสัยเรื่องง่ายก่อน ไล่ OSI จากบนลงล่าง ล่างขึ้นบน หรือ divide and conquer
  3. Test the theory: ถ้าใช่ วางขั้นต่อไป ถ้าไม่ใช่ ตั้งทฤษฎีใหม่หรือ escalate
  4. Plan of action: จะแก้อะไร กระทบอะไรบ้าง และจะถอยกลับอย่างไร
  5. Implement หรือ escalate
  6. Verify ว่าระบบทำงานครบ และวางมาตรการป้องกัน (ยืนยันกับผู้ใช้ด้วย ไม่ใช่แค่เทสผ่าน)
  7. Document สิ่งที่พบ สิ่งที่ทำ ผลลัพธ์ และบทเรียน
  1. 1ระบุปัญหา
  2. 2ตั้งทฤษฎี
  3. 3ทดสอบทฤษฎี
  4. 4วางแผนแก้
  5. 5ลงมือแก้
  6. 6ตรวจผล
  7. 7บันทึก
↺ ขั้น 3 ทดสอบแล้วทฤษฎีไม่ถูก → กลับไปขั้น 2 ตั้งทฤษฎีใหม่ หรือ escalate
ห้ามข้ามขั้น 4 (วางแผน) และขั้น 7 (บันทึก) อยู่ท้ายสุดเสมอ
Troubleshooting methodology
ภาพต้นฉบับจาก ProfTIA
กับดัก 2 ข้อ: ทดสอบทฤษฎี (3) ไม่เท่ากับลงมือแก้ ห้ามข้ามขั้น Plan (4) · และ Document คือขั้นสุดท้ายเสมอ ทำหลัง Verify

เครื่องมือ Command LineCommand-Line Troubleshooting Tools

คำสั่งทำอะไรใช้เมื่อ
pingส่ง ICMP echo ดู RTT และ lossเช็กว่าถึงไหม ไล่ loopback → IP ตัวเอง → gateway → IP ภายนอก → ชื่อ จุดแรกที่ล้มคือจุดที่เสีย
tracert / tracerouteแสดงทุก hop และ latencyหาว่าเส้นทางขาดหรือช้าตรงไหน
ipconfig / ipดู IP, mask, gateway, DNS (/all เห็น MAC และ DHCP)ได้ 169.254.x.x แปลว่า DHCP ล้ม
nslookup / digquery DNS ตรงๆเข้าด้วย IP ได้แต่เข้าด้วยชื่อไม่ได้
netstat / ssconnection, พอร์ตที่ listen, -r ดู routeเช็กว่า service ฟังพอร์ตจริงไหม
arp -aตาราง IP ↔ MACสงสัย IP ซ้ำหรือ ARP poisoning
nmapสแกน host และพอร์ตทำ inventory หรือยืนยันว่าปิดพอร์ตแล้ว
tcpdumpดักและถอดแพ็กเก็ตเครื่องมืออื่นยังอธิบายไม่ได้
route / ip routeดู/แก้ routing tableไปเครือข่ายเดียวไม่ได้ แต่ที่อื่นได้หมด

เครื่องมือ HardwareHardware Troubleshooting Tools

Cable testerเช็ก continuity และ pinout
Toner & probe"fox and hound" หาสายเส้นที่ต้องการในมัดสาย
TDR / OTDRส่งพัลส์บอกระยะถึงจุดสายขาด (OTDR สำหรับ fibre)
Crimperเข้าหัว RJ45
Punchdown toolตอกสายลง patch panel / keystone jack
Light meterวัดกำลังแสงใน fibre
Wi-Fi analyzerดู channel, ความแรงสัญญาณ, เครือข่ายที่ทับกัน

อาการที่พบบ่อยและสาเหตุCommon Issues and What They Point To

อาการน่าจะเป็น
CRC error เพิ่มขึ้นเรื่อยๆEMI, สายเสีย หรือยาวเกิน 100 m
Late collision, runt, ลิงก์ใช้ได้แต่ช้าDuplex mismatch
พอร์ต up/down สลับไปมาTransceiver ใกล้เสีย หรือสายไม่ดี
ได้ IP 169.254.x.xหา DHCP ไม่เจอ: scope เต็ม, ไม่มี relay/helper หรือมี rogue DHCP
"IP address conflict"ตั้ง static IP ไว้ในช่วง DHCP scope
คุยในวงได้ ออกนอกวงไม่ได้Default gateway ผิด
คุยกับบางเครื่องในวงได้ บางเครื่องไม่ได้Subnet mask ผิด
เข้าด้วย IP ได้ ด้วยชื่อไม่ได้DNS
Wi-Fi ขอบ cell ช้า หลุดบ่อยCoverage แก้ด้วยการย้ายหรือเพิ่ม AP (อย่าเร่งกำลังส่ง)
Wi-Fi ต่อได้แต่ใช้เน็ตไม่ได้Authentication หรือ VLAN config
Roaming แย่Cell ทับกันน้อยเกินไป
Latency เฉลี่ยโอเค แต่เสียงโทรขาดๆ หายๆJitter สูง เป็นปัญหา QoS

เรียบเรียงจาก ProfTIA – CompTIA Network+ (N10-009) Study Guide และ CompTIA N10-009 Exam Objectives เพื่อใช้ประกอบการสอน